Posted on

COPKO” เครื่องจักรก่อสร้างแบรนด์ไทย ซุ่มเงียบขายกระฉูด 30 ประเทศทั่วโลก

“COPKO” เครื่องจักรก่อสร้างแบรนด์ไทย ซุ่มเงียบขายกระฉูด 30 ประเทศทั่วโลก

บริษัทไทยสร้างชื่อกระฉ่อนโลก ซุ่มผลิตเครื่องจักรอุปกรณ์ก่อสร้าง อาทิ เครื่องตัดเหล็ก เครื่องดัดเหล็ก และเครื่องเลื่อยคอนกรีตมวลเบา ส่งออกเป็นรายแรกของเมืองไทย ป้อนลูกค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก เดินหน้าบุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง หวังสร้างแบรนด์ COPKO ให้โลกตะลึง

นายธงชัย จิตตนิยมพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท COPKO (THAILAND) CO.,LTD เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องตัดเหล็กที่ควบคุมด้วยระบบ Manual หรือควบคุมด้วยมือเป็นรายแรกของไทยเมื่อ 30 กว่าปีก่อน จากนั้นได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการส่งออกให้ไปแสดงสินค้าในต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสนำสินค้าฝีมือคนไทยไปแนะนำให้ชาวต่างชาติรู้จัก ซึ่งเป็นที่มาของการส่งออกสินค้าไปขายทั่วโลกในปัจจุบัน

“สินค้าที่เราเริ่มผลิตใหม่ๆ คือ เครื่องตัดเหล็กที่ควบคุมด้วยระบบ Manual จากนั้นก็พัฒนามาเป็นเครื่องที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถือเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องจักรอุปกรณ์ก่อสร้างเพื่อส่งออกเป็นรายแรกของเมืองไทยเมื่อ 30 กว่าปีก่อน”

จากนั้นบริษัทได้มีการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีสินค้าประเภทเครื่องจักร อุปกรณ์ก่อสร้างเพิ่มอีกหลายชนิด อาทิ เครื่องตัดเหล็ก, เครื่องดัดเหล็ก, เครื่องพ่นปูนฉาบ, เหล็กดัดทำปลอกเสา, เครนยก (รอก) ขนถ่ายวัสดุด้วยระบบไฟฟ้า, เครื่องตัดคอนกรีตมวลเบา, เครื่องตัดอิฐบล็อก ฯลฯ

“สินค้าทุกชนิดถูกผลิตและพัฒนาด้วยวิศวกรและทีมช่างฝีมือคนไทย บางชิ้นอาจจะมีการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาบ้าง แต่ก็นำมาดัดแปลงให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ที่สำคัญคือมีราคาที่ถูกลง ในขณะที่วัสดุที่ใช้เป็นวัสดุคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต่างชาตินิยมสั่งซื้อสินค้าของ COPKO ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรต ซาอุดิอาระเบีย บาร์เรน คูเวต โอมาน เลบานอน อียิปต์ เวเนซูเอล่า กัวเตมาลา นอกจากนี้ยังมีส่งออกโซนยุโรป เช่น เยอรมัน อิตาลี สวีเดน ส่วนในเอเชียก็มี ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ศรีลังกา ฯลฯ ล่าสุดได้บุกตลาดแอฟริกาได้แก่ เคนยา อูกานดา กานา แอฟริกาใต้ นามีเบีย ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เอเย่นต์ของบริษัททะลุ 100 ราย”

นายธงชัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้สินค้าของบริษัทได้รับความนิยมนอกจากคุณภาพสินค้าก็คือ เทคโนโลยีในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เช่น บริษัทสามารถผลิตเครื่องตัดคอนกรีตมวลเบาซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นรายแรกของประเทศไทย มีเครนยก(รอก) ขนถ่ายวัสดุด้วยระบบไฟฟ้า สำหรับใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่หรือเล็ก สำหรับยกวัสดุน้ำหนัก 200-300 กก. ในระดับความสูง 30 ม. และสามารถเหวี่ยงวัสดุที่ยกขึ้นมาในตึกหรือพื้นที่ทำงานได้ โดยคนงานไม่ต้องเสี่ยงอันตรายการตกจากที่สูง และปลอดภัยกว่าลิฟท์กระป๋อง การใช้งานก็ง่ายแค่กดรีโมทคอนโทรลทำให้ประหยัดเวลาและแรงงาน หรือจะเป็นเครื่องดัดเหล็กเส้นระบบไฮโดรลิค สำหรับทำปลอกเสาในงานก่อสร้าง สามารถดัดเหล็กขนาดตั้งแต่ 6 มม. ถึง 20 มม. ใช้งานเงียบและปลอดภัย ควบคุมการทำงานได้ 2 วิธี คือโยกคันด้วยมือ หรือใช้เท้าเหยียบ ทำให้ประหยัดต้นทุน แรงงาน ได้ปริมาณงานที่มากกว่าโดยไม่เกิดความเสียหาย สามารถดัดเหล็กได้หลายเส้นในเวลาเดียวกัน ฯลฯ

นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย ส่งสินค้าตามกำหนดเวลาโดยปัจจุบันบริษัทมียอดส่งออกในสัดส่วน 90% ของรายได้ทั้งหมด

สอบถามรายละเอียดโทร 034-460-917-8, 081-705-1516, โทรสาร 034-460-919

ที่มา: นิตยสาร Builder News ปี 2551

Posted on

วิธีการดัดเหล็กปลอก

ในอดีตผู้รับเหมาก่อสร้างนิยมใช้ประแจในการดัดเหล็กทำปลอกเสา ปลอกคาน เนื่องจากสามารถซื้อหาได้ง่าย หรือผลิตได้เองโดยง่าย

เพียงตัดแก๊สและจุ่มน้ำ ก็นำมาใช้ดัดเหล็กได้เลย แต่ผู้ใช้มักพบปัญหาประแจหาย ปากอ้า ทำให้ต้องคอยซื้อใหม่อยู่เสมอ

และยังต้องใช้ฝีมือในการดัดเหล็กอีกด้วย แต่ในปัจจุบันผู้รับเหมานิยมซื้อเครื่องสำหรับสำหรับดัดเหล็กเส้นโดยเฉพาะมาใช้

เนื่องจากใช้งานได้สะดวกกว่า อุปกรณ์ดัดเหล็กปลอกที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันมีด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบมือโยก และแบบไฟฟ้า

 

เครื่องดัดเหล็กปลอก ระบบมือโยก

เครื่องดัดเหล็กปลอกระบบมือโยก มีด้วยกันหลายแบบ หลายคุณภาพ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต โดยหลักๆแล้วจะมีส่วนประกอบเป็นแท่นยึด ลูกรีด และด้าม

สามารถดัดเหล็กได้ประมาณ 6-12 มม. เครื่องดัดเหล็กบางรุ่นที่มีคุณภาพจะมีตัวชนสำหรับดัดเหล็กให้ได้มุมพอดี ซึ่งทำให้ใช้งานได้ง่ายมาก

การซื้อเครื่องดัดเหล็กควรเลือกเครื่องที่มีลูกรีดที่ทำจากเหล็กชุบแข็ง ซึ่งจะทำให้ใช้งานได้คุ้มค่าและยาวนาน

เครื่องดัดเหล็กปลอกไฟฟ้า ระบบไฮโดรลิก

เครื่องดัดเหล็กปลอกระบบไฟฟ้า จะทำงานด้วยระบบไฮโดรลิก เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการดัดเหล็กในปริมาณมาก เช่น บริษัทก่อสร้างใหญ่ๆ

หรือผู้ประกอบการรับจ้างดัดปลอกเหล็ก เครื่องดัดปลอกไฮโดรลิกนี้จะสามารถดัดเหล็กได้ขนาดใหญ่กว่าระบบมือโยก ดัดได้ทีละหลายเส้น รวดเร็วกว่า

และไม่กินแรงงานคน ในภาวะที่ค่าจ้างแรงงานแพง เครื่องดัดเหล็กปลอกไฮโดรลิก จึงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการเลือกอุปกรณ์ในการดัดเหล็กปลอกจึงสำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการ ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา และต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

Posted on

เหตุใดจึงใช้กรรไกรตัดเหล็ก

Drop Forged Steel Bar Cutter

กรรไกรตัดเหล็กมือโยก ตัดเหล็กได้ถึง 25 มม. 

เหตุใดจึงใช้กรรไกรตัดเหล็กแทนแท่นตัดไฟเบอร์

การตัดเหล็กโดยใช้กรรไกรตัดเหล็กเหมาะสำหรับผู้ใช้งาน ที่ตัดเหล็กขนาดเล็ก หรือตัดเหล็กในจำนวนไม่มาก หรือตัดเหล็กในบริเวณที่เดินสายไฟเข้าไม่ถึง

กรรไกรตัดเหล็กซึ่งมีส่วนตัวด้ามและเฟือง ผลิตจากการตีขึ้นรูป (Forging) จะมีความแข็งแรงทนทานสูง

มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะถูกออกแบบสำหรับรับมือกับงานหนักๆ แบบ Heavy Duty โดยเฉพาะ

การใช้งานของกรรไกรตัดเหล็ก ใช้งานได้ง่าย เพียงยึดขากรรไกรกับแท่นไม้ หรือแท่นเหล็ก ด้วยตะปูหรือน็อต

สอดเหล็กที่ต้องการตัดในช่องใบมีด จากนั้นจึงติดด้ามยาวกับด้ามกรรไกร และทำการโยกตัดเหล็กจนขาด

เนื่องจากใช้งานได้ง่ายมาก ไม่ต้องอาศัยความชำนาญ น้ำหนักเบา และมีราคาต่ำ เช่นเดียวกับแท่นตัดเหล็กไฟเบอร์

กรรไกรตัดเหล็กเส้นเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้รับเหมาต้องการลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดจากการใช้เครื่องตัดเหล็กไฟเบอร์

นอกจากนี้ยังช่วยลดมลภาวะในไซต์งาน หรือโรงงาน เนื่องจากการตัดเหล็กไม่ก่อให้เกิดเสียงดัง ฝุ่นละออง และสะเก็ดไฟเลยแม้แต่น้อย

ผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้จากการใช้แท่นตัดไฟเบอร์

เกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ เช่น ฝุ่นควันจากเหล็กซึ่งเกิดจากการตัด อาจทำให้มีอาการคัน แสบจมูก และกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจาย

หากใบตัดแตก เศษเหล็กกระเด็น อาจทำอันตรายต่อผู้ใช้งาน บาดแผลที่เกิดจากเหล็กที่ขึ้นสนิมยังอาจทำให้เป็นบาดทะยัก

การตัดเหล็กด้วยแท่นตัดไฟเบอร์จะเกิดประกายไฟที่ร้อนมาก หากประกายไฟกระเด็นไปติดวัสดุไวไฟ

หรือน้ำมันอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ และหากสัมผัสถูกผิวของผู้ใช้หรือเข้าสู่ดวงตาจะเป็นอันตรายมาก

หากใช้งานโดยไม่ระมัดระวัง อาจจะเกิดการบาดเจ็บถูกบาด หรือนิ้วมือขาดได้ ดังนั้นผู้ใช้งานควรมีความชำนาญ

และขณะใช้งาน ควรสวมเสื้อแขนยาว ถุงมือ ผ้าปิดจมูก และแว่นเสมอ

ช่องใส่เหล็กกรรไกรตัดเหล็ก

ในขณะเดียวกัน หากตัดเหล็กด้วยกรรไกรตัดเหล็กเส้น ซึ่งมีราคาเท่าๆกับเครื่องตัดเหล็กไฟเบอร์ จะสามารถตัดเหล็กได้เร็วกว่า เงียบกว่า และปลอดภัยกว่า

แม้จะมีข้อเสียที่ต้องใช้แรงในการโหนตัดมาก โดยเฉพาะการตัดเหล็กขนาดใหญ่เกิน 1 นิ้ว อาจต้องใช้แรงถึง 2 คนในการการโหนตัด

Posted on

การเลือกใช้เครื่องมือในการดัดเหล็กก่อสร้าง

เครื่องดัดเหล็กเส้นโดยทั่วไปมีด้วยกัน 3 ชนิด คือระบบมือโยก ระบบไฮโดรลิค และระบบเฟือง

เครื่องดัดเหล็กเส้นระบบมือโยก

เครื่องที่ใช้งานง่ายที่สุดคือเครื่องดัดเหล็กเส้นระบบมือโยก ซึ่งพร้อมใช้งานได้ทุกสถานการณ์และราคาไม่แพง

ส่วนเครื่องดัดเหล็กไฮโดรลิกจะมีราคาแพงกว่าระบบเฟือง แต่จะมีคุณภาพ ปลอดภัย และอายุการใช้งานที่สูงกว่า

ลักษณะงานจะเป็นตัวกำหนดการใช้เครื่องดัดเหล็ก สำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว หรือดัดเหล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางต่ำ

เช่น ไม่เกิน 12 มม. เครื่องดัดเหล็กมือโยกจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเนื่องจากมีต้นทุนต่ำ ลักษณะเครื่องจะเป็นแขนคันโยกง่ายๆ

ลูกรีด และช่องสำหรับสอดเหล็ก โดยแรงแขนและน้ำหนักตัวจะถูกใช้เป็นแรงในการงอเหล็กให้ชนกับสต็อปเปอร์

เครื่องดัดเหล็กมือโยกสามารถใช้ดัดเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อยที่ใช้ในการทำปลอกเสา และปลอกได้สูงสุดถึง 12 มม.

นอกจากนี้ยังเหมาะใช้กับงานดัดเหล็กในบริเวณที่ไม่มีไฟฟ้า หรือเดินสายเข้าไม่ถึงอีกด้วย

หากต้องการดัดเหล็กที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ หรือต้องการดัดทีละหลายๆเส้น เครื่องดัดเหล็กไฮโดรลิก หรือเครื่องดัดเหล็กระบบเฟือง

เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เครื่องดัดเหล็กระบบเฟืองจะมีราคาถูกว่าเครื่องดัดเหล็กไฮโดรลิก แต่จะมีความทนทานน้อยกว่า

เครื่องดัดเหล็กเส้นไฟฟ้า ระบบไฮโดรลิก ดัดได้ถึง 25 มม.

เนื่องจากเฟืองอาจเกิดการแตกหักเมื่อดัดเหล็กเกินขนาด แต่เครื่องดัดเหล็กไฮโดรลิกจะทำการตัดระบบไฟอัตโนมัติ

เพื่อเซฟเครื่องเมื่อตัดเหล็กเกินขนาดแล้ว จึงเปิดรีเซตเดินเครื่องใหม่ใช้งานต่อได้ทันที การใช้เครื่องดัดเหล็กไฟฟ้าระบบไฮโดรลิกควรใช้

Posted on

วิธีการตัดเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย

เครื่องตัดเหล็กเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตัดเหล็กเส้นและเหล็กข้ออ้อย ซึ่งเป็นเหล็กโครงสร้างที่มีความแข็งแกร่งสูงมาก

มักใช้ในการก่อสร้างด้วยคอนกรีต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของโรงสร้าง การตัดเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อยอาจจะเป็นเรื่องยาก

เพราะมีความหนามาก ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะสำหรับงานนี้ จึงจะทำให้สามารถทำงานได้ง่ายและปลอดภัยกว่า

การใช้เครื่องมือชนิดอื่น เช่น แท่นตัดไฟเบอร์

ใบมีดตัดเหล็ก

เครื่องตัดเหล็กทั่วไป จะเป็นระบบการตัดเหล็กโดยใช้ใบมีดตัดเหล็กชุบแข็ง ซึ่งเปลี่ยนใบมีดได้ง่ายและลับให้คมได้

เนื่องจากตัวเครื่องมักถูกใช้งานหนักอยู่เสมอ เครื่องตัดเหล็กที่ดีจะต้องสามารถรองรับใบมีดได้อย่างมั่นคงในระหว่างการใช้งาน

ต้องมีความแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นเนื่องจากจะต้องรับแรงกดสูงมากในระหว่างการทำงาน

ตัวเครื่องจะต้องไม่แตกหักระหว่างรับแรงกดและไม่สามารถสร้างให้มีน้ำหนักเบาจนเกิดการบิดงอจากการรับแรงกด

โดยปกติแล้วส่วนประกอบจะทำจากเหล็กและมีใบมีดแนบติดมา โดยมีน๊อตหรือคลิปเป็นตัวยึด และยังมีส่วนประกอบที่ให้ความปลอดภัย

เมื่อผู้ใช้ต้องการเปลี่ยนหรือถอดใบมีด

 

ครื่องตัดเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย ระบบไฮโดรลิก

เครื่องตัดเหล็กสามารถทำงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบใช้ไฟฟ้า แบตเตอร์รี่ หรือแบบเฟือง

โดยผู้ใช้จะต้องวางเหล็กเส้นไว้ที่ช่องใบมีดเพื่อทำการตัดให้ขาดเป็นสองส่วน

นอกจากนี้ยังมีเครื่องตัดเหล็กระบบมือโยก

ซึ่งใช้แรงงานคนในการตัด และแบบใช้สว่านเจาะที่ออกแบบมาเพื่อตัดผ่านเหล็กในการรื้อถอนคอนกรีต

คุณภาพของเครื่องตัดเหล็กแต่ละแบรนด์จะแตกต่างกันมาก สินค้าควรมีข้อกำหนดทางเทคนิค

และแสดงข้อมูลเกรดเหล็กสูงสุดที่สามารถทำการตัดได้ สินค้าของผู้ผลิตบางรายอาจไม่สามารถใช้ตัดงานเหล็กชิ้นหนาได้

ในขณะที่บางรายสามารถจัดการได้อย่างเต็มรูปแบบ หากผู้ใช้เลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ เครื่องอาจจะไม่สามารถใช้งานได้

และอาจมีความเสี่ยงต่อการบางเจ็บและเสียหายของทรัพย์สินอีกด้วย

Posted on

ชนิดและความแตกต่างของเหล็กเส้น

เหล็กเส้นก่อสร้าง (Reinforced Steel Bar) หรือที่บางคนเรียกว่าเหล็กเสริม เป็นผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นที่มีปริมาณการใช้มากที่สุด

ใช้ในการรับแรง สำหรับงานคอนกรีตเสริมเหล็กและงานก่ออิฐทั่วไป เหล็กเส้นมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ และเหล็กเส้นข้ออ้อย

เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ มีกำลังรับแรงดึงที่จุดครากประมาณ 2400 ksc. ผิวเหล็กที่มีลักษณะกลมเรียบ

จึงทำให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างเหล็กกับ คอนกรีตไม่ดีจึงต้องมีการงอขอเพื่อที่จะสามารถถ่ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลักษณะของเหล็กเส้นกลมที่ดีต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง หน้าตัดกลม ไม่มีรอยปริแตก ไม่มีปีก ไม่เบี้ยว ไม่มีลูกคลื่น

เหล็กเส้นข้ออ้อย คือเหล็กเส้นกลมที่มีบั้ง และอาจมีครีบ ผิวของเหล็กเส้นจะมีลักษณะเป็นปล้องๆอยู่ตลอดเส้น เพื่อเสริมกำลังยึดเกาะให้เหล็กกับ

คอนกรีตมากขึ้น มีหลายชนิด แตกต่างกันที่ส่วนผสมของเนื้อเหล็ก โดยมีส่วนประกอบทางเคมีที่ต่างกัน เช่น เหล็กข้ออ้อย SD30, SD40, SD50

มีกำลังรับแรงดึงที่จุดครากไม่น้อยกว่า 3000, 4000, 5000 ksc.ตามลำดับ ซึ่งหมายความว่าเหล็กข้ออ้อยจะรับแรงได้มากกว่าเหล็กเส้นกลมเรียบ

และจะให้ผลที่ดีต่อการรับน้ำหนักมากกว่า การเลือกใช้ชนิดของเหล็กเส้นข้ออ้อย SD30, SD40, และ SD50 ขึ้นอยู่กับชนิดของโครงสร้างเป็นสำคัญ

ลักษณะของเหล็กเ้ส้นข้ออ้อยที่ดี ต้องมีระยะบั้งที่เท่ากันและสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น ไม่มีสนิมรอยตำหนิ ไม่มีรอยปริและแตกร้าว

การตัดเหล็กเส้นข้ออ้อยด้วยเครื่องตัดเหล็กไฟฟ้า

ในปัจจุบันการก่อสร้างนิยมใช้เหล็กข้ออ้อยมากกว่าเหล็กเส้นกลม เพราะมีคุณภาพสูงกว่า ทั้งด้านแรงดึงที่จุดคราก และแรงยึดเกาะคอนกรีต

นอกจากนี้สัดส่วนการใช้เหล็ก SD50 แล SD40 ยังเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า SD30 อีกด้วย

เนื่องจากในการก่อสร้างการใช้วัสดุที่เหมาะสมช่วยหลีกเลี่ยงการยุบตัวของสิ่งก่อสร้าง

ความล้มเหลวของการก่อสร้างและสามารถทน ต่อแรงแผ่นดินไหว ดังนั้นการใช้เหล็กที่มีคุณภาพจะได้เปรียบกว่า

การใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการฟื้นฟูบูรณะในระยะต่อมาเมื่ออาคารมีการยุบ